วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553

พายุหมุนถล่มไร่ข้าวโพดที่น่านหักเสียหาย

กว่า 2 พันไร่ ชาวไร่ข้าวโพด จ.น่าน ชี้เป็นเหตุสุดวิสัย วอนรัฐบาลช่วยเหลือโดยเฉพาะเรื่องเงินกู้ยืมจาก ธกส.และเมล็ดพันธุ์จากกองทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (22 ส.ค.) ว่า เวลาประมาณ 09.30 น.เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด บ้านน้ำยาว หมู่ 2 บ้านทุ่งกลาง หมู่ 3 และบ้านดอนน้ำยาว หมู่ 10 ต.อวน อ.ปัว จ.น่านจำนวน 30 ราย นำโดยนายจรัส อุดนันท์ กำนันตำบลอวน และนายสมบัติ กุกไชย นายก อบต.อวน ได้โทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือจากนายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน (รองประธานกรรมการลุ่มน้ำน่าน) เพื่อผ่านไปยัง จากนายวีรวิทย์ วิวัฒนวานิช ผวจ.น่าน และจนท.ที่เกี่ยวข้อง กรณี ข้าวโพด ที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวถูกพายุหมุนพัดทำให้ต้นข้าวโพดหักล้ม แบบถอนรากถอนโคน รวมถึงมีต้นไม้ใหญ่หักโค่นปิดกั้นเส้นทางสายน้ำยาว-บ่อเกลือ ได้รับความเสียหาย ช่วงกิโลเมตรที่ 35-37 เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา

นายจรัส กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากเกษตรกร หลังออกมาทำไร่ข้าวโพดตามปกติ ว่า พายุได้พัดต้นข้าวโพด ล้ม เป็นจำนวนมาก เบื้องต้นได้รับรายงานจากเกษตรกร เมื่อช่วงเช้าพบว่า มี 30 ราย จำนวน 2,000 ไร่ ค่าเสียหายประเมินอยู่ที่ 150,000 บาท คิดเฉลี่ย ครอบครัวละ 70,000 บาท โดยเกษตรกร อยากให้ทางรัฐบาล ช่วยเหลือโดยเฉพาะเรื่องเงินกู้ยืมจาก ธกส.และเมล็ดพันธุ์จากกองทุน เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเหตุสุดวิสัย

ด้านนายสุรพล กล่าวถึงการช่วยเหลือว่า หลังจากที่ ตนได้เข้ามาตรวจสอบในพื้นที่แล้ว ได้รายงานความเสียหายเบื้องต้นให้ทางนายวีรวิทย์ วิวัฒนวานิช ผวจ.น่าน ทราบ และได้รับแจ้งกลับมาว่ามีการสั่งการให้ทางนายเกษมชัย วัฒนธรรม รอง ผวจ.น่าน ,นายธวัช เพชรวีระ หน.ปภ.น่าน และผู้เกี่ยวข้องให้เข้าไปช่วยเหลือดูแลเกษตรกร

วันอังคารที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2553

พายุฤดูร้อนถล่ม 2 หมู่บ้านเมืองน่าน เสียหายกว่า 9 หลังคาเรือน

เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่ม 2 หมู่บ้าน ในพื้นที่ ต.ไหล่น่าน อ.เวียงสา ไร้คนเจ็บ-ตาย แต่บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายทั้งหลังรวม 9 หลังคาเรือน

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 9 เม.ย. ได้เกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านปากงุ หมู่ 7 และบ้านห้วยสอน ม.5 ต.ไหล่น่าน อ.เวียงสา จ.น่าน ทำให้บ้านเรือนประชาชน 9 หลังคาเรือน ได้รับความเสียหายหลังคาบ้านปลิวหายไปทั้งแถบ สายไฟฟ้าในหมู่บ้านขาด ไฟฟ้าดับทั้งหมู่บ้าน แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

นางศุภัคณีย์ อนุมา บ้านเลขที่ 5/4 บ้านปากงุ ม.7 ซึ่งเป็นบ้านไม้สองชั้น ได้รับความเสียหายหนัก หลังคาบ้าน ซึ่งเป็นสังกะสีได้ปลิวหายไปทั้งแถบ เล่าว่า ช่วงเกิดพายุ ได้มีลมฝนพัดกระหน่ำรุนแรงมาก ลมพัดกระโชกแรงไม่มีทิศทาง ช่วงเวลาไม่ถึง 10 นาที ได้ยินเสียงดังมาก และเห็นว่าหลังคาบ้านปลิวหลุดออกไปตามแรงลม ด้วยความตกใจกลัว ตนจึงได้พาลูกลงมาหลบอยู่ชั้นล่าง จนพายุสงบลง เมื่อสำรวจความเสียหาย พบว่า หลังคาบ้านได้ปลิวหายไปทั้งแถบ ทำให้เสื้อผ้า ของใช้ เครื่องนอนเปียกน้ำฝนได้รับความเสียหาย



ขณะที่ บ้านของนายสุภาพ คำเต็ม อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/1 ม.7 บ้านปากงุ ก็ได้รับความเสียหาย หลังคาบ้านซึ่งเป็นสังกะสี ได้ปลิวลอยไกลจากตัวบ้านกว่า 20 เมตร ทำให้ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านได้รับความเสียหายทั้งหมด

ด้าน นายอาวุธ ปัญญาอินทร์ กำนันตำบลไหล่น่าน เปิดเผยว่า จากเหตุพายุฤดูร้อนครั้งนี้ ทำให้มีบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายทั้งหลัง ในพื้นที่หมู่บ้านปากงุ ม.7 จำนวน 6 หลังคาเรือน และในพื้นที่บ้านห้วยสอน ม.5 จำนวน 3 หลังคาเรือน รวมทั้งสองหมู่บ้าน มีบ้านเรือนราษฎรที่ได้รับความเสียหายทั้งหลัง รวมจำนวน 9 หลังคาเรือน นอกนั้นได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยประมาณ10 หลังคาเรือน นอกจากนี้มีสายไฟฟ้าในหมู่บ้านขาดได้รับความเสียหาย ต้นลำไยและต้นมะม่วงที่กำลังติดดอก ถูกแรงลมทำให้ผลผลิตได้รับความเสีย

ส่วน นายธวัช เพชรวีระ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.น่าน กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งจัดเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจความเสียหาย ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจและประเมินความเสียหาย พร้อมทั้งได้ประสานทาง อบต.ไหล่น่านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน เบื้องต้นแล้ว